ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 19 เมษายน 2559 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 3 เรื่อง

 

ผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 19 เมษายน 2559 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ 3 เรื่อง คือ เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามนโยบายประชารัฐ เห็นชอบให้ยกเลิกคณะกรรมการนโยบายการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง และเห็นชอบให้เพิ่มเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างเกษียณอายุของข้าราชการครูฯ ของสถาบันการพลศึกษา

– เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษา

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลาของมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษาและอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ….  โดยมีสาระสำคัญดังนี้

เนื่องจากการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการบริจาคให้แก่สถาบันการศึกษาทั้งของรัฐและเอกชน ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 558)พ.ศ.2556 เพื่อกำหนดมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการศึกษา ได้สิ้นสุดลงแล้วเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องของการสนับสนุนการศึกษา และเพื่อเป็นการปฏิรูประบบการศึกษา ตามนโยบายประชารัฐ โดยให้ภาคเอกชนมีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาการศึกษามากขึ้น และก่อให้เกิดความต่อเนื่องและยั่งยืน รวมทั้งสนองตอบต่อการดำเนินงานของคณะทำงานร่วมรัฐ-เอกชน-ประชาชน (ประชารัฐ) ภายใต้กรอบคณะกรรมการภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านการยกระดับคุณภาพชีวิต (Competitive Workforce) และด้านการศึกษาพื้นฐานและการพัฒนาผู้นำ (Human Capital Development)

จึงเห็นควรขยายระยะเวลาการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีตามร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวออกไปอีก เพื่อสนับสนุนการศึกษา โดยกำหนดให้ผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษาของราชการและเอกชน สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนหรือค่าใช้จ่ายได้ สำหรับการบริจาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31ธันวาคม 2561

การกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา
โดยกำหนดให้ผู้บริจาคให้แก่สถานศึกษาของราชการและเอกชน
สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนหรือค่าใช้จ่ายได้
สำหรับการบริจาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561
1. การกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 420) พ.ศ. 2547

  • กรณีหักลดหย่อนหรือหักค่าใช้จ่ายได้ 1 เท่า เช่น การบริจาคเงินให้แก่สถานศึกษาของทางราชการและเอกชน หอสมุดหรือห้องสมุดหรือสถาบันวิจัยของทางราชการ การให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษาเป็นการทั่วไป
  • กรณีหักลดหย่อนหรือหักค่าใช้จ่ายได้ 2 เท่า เพื่อส่งเสริมเป็นกรณีพิเศษ เช่น การบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาตามโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบโดยเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับจัดหาหรือจัดสร้างอาคาร อาคารพร้อมที่ดิน หรือที่ดินให้แก่สถานศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษา จัดหาวัสดุอุปกรณ์เพื่อการศึกษา แบบเรียน ตำราเรียนฯ ค่าใช้จ่ายในการจัดหาครู อาจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิทางการศึกษาฯ การบริจาคเงินเข้ากองทุนพัฒนาครู คณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้น การบริจาคเพื่อสร้างและบำรุงรักษาสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะ หรือสนามกีฬาของทางราชการ หรือเอกชนที่เปิดให้ใช้เป็นการทั่วไปโดยไม่เก็บค่าบริการใด ๆ

2. การกำหนดสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพิ่มเติมตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากรว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 558) พ.ศ. 2556

  • กำหนดให้บุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้แก่สถานศึกษาของราชการและเอกชนโดยไม่รวมโรงเรียนนอกระบบ สามารถนำมาหักเป็นค่าลดหย่อนได้ 2 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง แต่เมื่อรวมค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาสำหรับโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบแล้ว ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินได้พึงประเมินจากหักค่าใช้จ่ายและหักลดหย่อนอื่น ๆ แล้ว
  • กำหนดให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่บริจาคเงินหรือทรัพย์สินให้แก่สถานศึกษาของราชการและเอกชนโดยไม่รวมโรงเรียนนอกระบบ สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่าของจำนวนที่บริจาค แต่เมื่อรวมกับรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายเพื่อสนับสนุนการศึกษาโครงการที่กระทรวงศึกษาธิการให้ความเห็นชอบ และรายจ่ายที่จ่ายไปเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดสร้างและการบำรุงรักษาสนามเด็กเล่น สวนสาธารณะหรือสนามกีฬาของราชการหรือเอกชนที่เปิดให้บริการโดยไม่เก็บค่าบริการ ต้องไม่เกินร้อยละ 10 ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่าย ตามมาตรา 65 ตรี (3) แห่งประมวลรัษฎากร
  • ยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะและอากรแสตมป์ให้แก่บุคคลธรรมดา บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สำหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า หรือการกระทำตราสารอันเนื่องมาจากการบริจาคให้สถานศึกษาโดยจะต้องไม่นำต้นทุนของทรัพย์สินหรือสินค้าซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล การให้สิทธิทางภาษีทั้งหมดมีผลบังคับสำหรับการบริจาคที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม2558

– เห็นชอบให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกฯ ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ. 2552 พ.ศ. …. ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ  โดยมีสาระสำคัญดังนี้

เนื่องด้วยระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ. 2552 กำหนดให้มีคณะกรรมการ 2 คณะ ได้แก่ 1) คณะกรรมการนโยบายปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง(กนป.) มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่กำหนดนโยบายและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการและดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ 2) คณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (กขป.) มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน มีอำนาจหน้าที่อำนวยการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองตามนโยบายและยุทธศาสตร์

ต่อมาคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2558 แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน รวม 6 คณะ ซึ่งมีอำนาจหน้าที่เสนอแนะนโยบาย มาตรการ และแนวทางการดำเนินการ ตลอดจนแนวทางการแก้ไขปัญหา พร้อมกำกับ ดูแล และติดตามการดำเนินการของส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อให้การขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยคณะที่ 1 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และระบบการศึกษา มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประกอบกับมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 376/2558 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูประบบการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 1 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และระบบการศึกษา

ดังนั้น เพื่อให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว สมควรยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง พ.ศ. 2552

– เห็นชอบให้เพิ่มเงื่อนไขการจัดสรรอัตราว่างเกษียณอายุของข้าราชการครูฯ สถาบันการพลศึกษา

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการเพิ่มเงื่อนไขการพิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุของส่วนราชการ โดยให้คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พิจารณาจัดสรรอัตราว่างจากผลการเกษียณอายุกรณีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาสำหรับตำแหน่งในสังกัดสถาบันการพลศึกษา คือ        “ญ.ตำแหน่งในสังกัดสถาบันการพลศึกษา” ตามที่คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ (คปร.) เสนอ

ที่มา http://www.moe.go.th

Advertisements