รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 25 มีนาคม 2559

รายการคืนความสุขให้คนในชาติ 25 มีนาคม 2559
มีประเด็นเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

5379762ec79169ee109454aca2d45093_M

          ความคืบหน้าในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาลและ คสช.

การยกระดับคุณภาพวิชาชีพกำลังคนอาชีวศึกษา ได้ออกคำสั่งโดยการบูรณาการระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน กระทรวงการคลัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย คณะกรรมการการอาชีวศึกษา สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และผู้แทนภาคเอกชน ในการรวบรวมข้อมูลความต้องการกำลังคนอาชีวะนำมาวางแผนผลิตคน ในขณะเดียวกันหาตำแหน่งจ้างงานรอไว้ด้วย ไม่ใช่ผลิตมามากไม่มีคนรับทำงาน หรือออกไปทำงานไม่ได้ ผมอยากให้ใช้เวลาที่ว่าลดเวลาเรียนเพิ่มเวลาเรียนรู้ เอาเวลาเรียนรู้มาสอนวิธีการทำงาน จบไปจะได้ทำงานได้ และมีการศึกษาทวิภาคี ให้ช่วยกระทรวงศึกษาฯ อย่าคิดว่าศึกษาคือกระทรวงศึกษาฯ ไม่ใช่ ผมบอกแล้วทุกกระทรวงเกี่ยวข้องหมด กระทรวงมหาดไทยก็เกี่ยว กระทรวงแรงงานก็เกี่ยว กระทรวงอุตสาหกรรมก็เกี่ยว เพราะเป็นที่คนต้องใช้คน ถ้ากระทรวงศึกษาฯ ผลิตไม่ตรง ไร้ประโยชน์ ไม่ต้องมีกระทรวงศึกษาฯ ก็ได้ เพราะฉะนั้นเราได้กำหนดเรื่องนี้ ผลิตคนให้ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน ทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ หารือร่วมกัน มีคณะกรรมการอยู่แล้ว ในระยะเวลา 5 ปี (ปี 2558 – 2562) สรุปผลเบื้องต้นได้ดังนี้ (1) หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย มีความต้องการแรงงานสายวิชาชีพกว่า 3.5 ล้านคน (2) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย มีความต้องการ ราว 1.2 ล้านคน และ (3) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มีความต้องการ ประมาณ 6 แสน 5 หมื่นคน เป็นเพียงประมาณการเบื้องต้น จะได้รู้ว่าผลิตใครออกมา จะมีงานตรงไหน ไม่ใช่เรียนอะไรก็ได้ จบมาไม่มีงานทำ มีปริญญาแต่ไม่มีงานทำ หรือทำงานไม่เป็น ไม่ได้ เราต้องเร่งในการจัดทำแผนผลิตกำลังคน-แรงงานมีฝีมือของประเทศ วันนี้ต้องวิศวกรรถไฟ วิศวกรบริหารการเดินรถ วิศวกรราง ในเมื่อเราจะพัฒนาประเทศเราไปสู่ความทันสมัย คนเหล่านี้เรามีหรือยัง ถ้ายังไม่มีเราต้องเอาคนข้างนอกมาทำ และวันหน้าคนของเรายิ่งไม่มีงานทำ คิดแบบนี้ รัฐบาลใครก็แล้วแต่ อย่าไปใช้การบริหาร การแก้ปัญหาในเชิงเร่งด่วนอย่างเดียว เร่งด่วนทำให้จบ ๆ ไป ความยั่งยืนจะไม่เกิด ที่ผมทำอาจจะยั่งยืนแต่ไม่ทันใจ
สำหรับกระทรวงศึกษาธิการในการกำหนดทิศทางความต้องการในอนาคต เพื่อเป็นข้อเสนอต่อ “คณะทำงานประชารัฐ” ด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ ภาคเอกชนต้องช่วยด้วย ในเรื่องของทุนการศึกษา การวิจัยและการพัฒนา การเรียนรู้ระบบทวิภาคี และการเตรียมงานสำหรับบุคคลกลุ่มนี้ และยกระดับเขาเป็นหัวหน้างาน ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องความเชื่อมโยงทั้งหมด ทุกคนต้องคิดให้ครบ ทุกกระทรวงต้องคิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นอยากให้พัฒนาเร่งด่วนในปีนี้ก่อนที่ว่าเรามีความต้องการกำลังคนปี 59 ประมาณ 1 ล้านคน ในแต่ละสาขาอาชีพที่หน่วยงานเขาเสนอมาในขณะที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษายังผลิตได้เพียง 4 แสนกว่าคนเท่านั้น ขาดไป 6 แสนกว่า แสดงว่าแรงงานอาชีวะยังไม่เพียงพอป้อนตลาดแรงงานอีกกว่า 5 แสนคน เป็นโอกาสลูกหลานทุกคนมาเรียนอาชีวะก่อนแล้วปริญญาค่อยอีกทีหรือเรียนไปพร้อม ๆ กัน ทำงานไปด้วยได้เงิน เลิกตีกัน ทะเลาะกัน ไม่ได้เงินด้วย ติดคุกอีกต่างหากเพราะฉะนั้นมาเรียนอาชีวะและมีงานทำ อยากให้ทุกคนอยู่ในกลุ่มคนทั้งหมดประมาณ 1 ล้านคน ที่จะต้องหางานทำปี 59 เพราะขาดหลายล้าน รัฐบาลทำเต็มที่แล้วทั้งในสาขาวิชาเดิมและการเปิดสาขาวิชาใหม่เพื่อรองรับความต้องการของสถานประกอบการ ขอร้องสถาบันต่าง ๆ อุดมศึกษาด้วย กรุณาไปทบทวนดูสาขาที่สอนกันออกมามีงานทำกันเท่าไหร่ ถ้าไม่มีจะทำอย่างไร ปรับแก้ได้ไหม จะปรับส่วนหนึ่งเป็นด้านวิชาชีพ ในลักษณะที่เป็นช่างเทคนิคได้ไหม วิศวกรได้ไหม ถ้าผลิตมาด้านเดียวด้านบริการ ท่องเที่ยว มัคคุเทศก์ อีกหน่อยจะล้น เพราะฉะนั้นต้องทำให้สมดุลกัน เอาตัวเลขเหล่านี้ อยากให้ไม่ว่าจะเป็นสถาบันราชภัฏ ราชมงคล แม้มหาวิทยาลัยของรัฐ เอาข้อมูลเหล่านี้ไปศึกษา และท่านนำไปสู่การขับเคลื่อนของท่านว่าจะผลิตคนอย่างไร ถ้าเรามุ่งเน้นแต่เพียงว่า คนมาเรียนมากได้ค่าเล่าเรียน เพื่อเป็นรายได้ให้ครู มหาวิทยาลัย ประเทศ ผมว่าไปไม่ได้ ต้องไปสองอย่าง ท่านลงทุนต้องมีเงินต้องได้กำไร ในขณะเดียวกันท่านต้องสร้างกำไรให้ประเทศชาติด้วย อย่าลืมประเทศชาติ ประเทศชาติสำคัญไปพร้อม ๆ กันด้วย
การทำงานที่เกี่ยวกับเรื่องคนจบปริญญาตรี สำคัญที่สุด หลายอย่าง หลายสาขาทำงานไม่ได้ ยิ่งสาขาที่ไม่ชัดเจน สาขาที่รวบรวมหลายอย่างมาเรียนแล้วแบ่งเล็ก แบ่งน้อย บางทีเขาไม่รับ เพราะไม่มีความชำนาญเฉพาะทาง อยากให้เน้นในเรื่องของเฉพาะทาง ในปริญญาตรีก่อนได้ไหม ผมไม่ใช่นักการศึกษา แต่ผมในเชิงปฏิบัติ ถ้าสมมติเราผลิตปริญญาตรีออกมา ในขณะที่เฉพาะทาง ถนัดอย่างใดสักอย่างหนึ่ง แล้วมีงานทำเลย ในขณะเดียวกันจะไปต่อปริญญาโท หรือจะเป็นหลักสูตรเสริม ค่อยไปเรียนบริหารจัดการที่รู้ทุกเรื่องได้ไหม เพราะต้องโตเป็นหัวหน้างานต่อไป
ราวนี้เราไปเรียนในเรื่องของบริหารจัดการ พร้อมจะเป็นหัวหน้างาน เป็นข้างล่างยังไม่ได้ทำเลย แล้วจะไปบริหารใคร ไปไม่ถึงตรงนั้น ลองคิดแบบผมดู ผมไม่ได้คิดแบบนักวิชาการ ผมคิดแบบทหารคิดนี้ และเหมือนกับเราฝึกทหาร เราก็ต้องฝึกจากพลทหารเป็นผู้หมู่ เป็นผู้หมวด เป็นผู้กองไม่ใช่ฝึกคนมาแล้วเป็นผู้กองได้เลย ต้องผ่านการเป็นผู้หมู่ ผู้หมวดมาก่อนเหมือนกัน เอาไปเปรียบเทียบดูแล้วกัน ผมไม่อาจจะกล่าวอ้างได้ดีหรือไม่ดี แต่ผมทำของผมแบบนี้ ถึงจะเข้มแข็ง มีงานทำมีสมรรถภาพมีประสิทธิภาพ เราต้องรีบระดม
ขอให้บุคลากรของกระทรวงศึกษาและของทุกหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจ อะไรก็แล้วแต่ บริษัท ห้าง ร้าน ภาคเอกชน ครู นักวิชาการ กรุณาให้ความร่วมมือด้วย แล้วเวลาที่ท่านเสนอข่าวอะไรกันออกมา วิเคราะห์ วิจารณ์ อะไรก็แล้วแต่ ออกมาเรื่องการศึกษาระมัดระวังด้วย บางทีไม่ตรง ผมไม่ได้ว่าท่าน ท่านมีสิทธิจะวิพากษ์วิจารณ์แต่การวิพากษ์วิจารณ์โดยข้อมูลไม่ครบ มีปัญหา เศรษฐกิจก็เหมือนกัน เรื่องเศรษฐกิจทั้งที่มีบางอันเชื่อมโยงอยู่ท่านไม่พูดถึงตรงนี้ ท่านพูดถึงแต่ปัญหาอย่างเดียว ปัญหาภายในของท่านเป็นหลัก ไม่พอใจตรงนั้นตรงนี้ แต่ท่านไม่ได้พูดถึงเลย ปัญหาของภาพใหญ่อยู่ตรงไหน แล้วใครจะช่วยกันตรงไหน ไม่พูดตรงนี้กัน

ที่มา http://www.thaigov.go.th/index.php/th/program1/item/101599-รายการคืนความสุขให้คนในชาติ-25-มีนาคม-2559

Advertisements