“พล.อ.ประยุทธ์” นายกฯ ประชุมร่วม ครม.-คสช. สอนเด็กอย่าลืมสามสถาบันหลักของไทย ทำตามค่านิยม 12 ประการ อย่าเล่นแต่โซเชียลมีเดีย

ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุมร่วมระหว่างคณะรัฐมนตรีและคสช.

โดยก่อนการการประชุมนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน นำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดแสดงผลิตภัณฑ์ด้านพลังงานในงานโครงการตลาดคลองผดุงกรุงเกษม ประจำปี 2559 ภายใต้หัวข้อ “เพลินพลังงาน งานวิจัยขายได้”

จากนั้นน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม “งานเทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ ครั้งที่ 5”ภายใต้แนวคิด “วิถีใหม่ ไทยนวัตศิลป์” หรือ “The New Traditional” เพื่อสื่อถึงงานหัตถศิลป์สมัยใหม่ ซึ่งเกิดจากการสร้างวัฒนธรรมใหม่ในงานออกแบบ ที่นักออกแบบเข้ามามีส่วนร่วมกับผู้ผลิตงานฝีมือในเชิงลึก รวมถึงการเรียนรู้จากผลงานชั้นครู ก่อให้เกิดการต่อยอดสู่กระบวนการคิด และการทำงานในรูปแบบใหม่ กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 – 13 มีนาคม 2559 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 101 – 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

ต่อมาสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน) นำคณะเข้าพบนายกฯ เพื่อประชาสัมพันธ์การจัดแสดงนิทรรศการเพื่อรณรงค์กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ภายใต้โครงการ “ปิดเทอมนี้…สนุกคิด…สนุกเรียนรู้…สู่อนาคต” ซึ่งเป็น 1 ใน 5 กิจกรรมนำร่องของคณะกรรมการบูรณาการด้านพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้

จากนั้นนพ.พิทยภูมิ ภัทรนุทาพร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ คณะผู้บริหารโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เข้าพบนายกฯ เพื่อขอรับบริจาคเงินสมทบเพื่อสนับสนุนโครงการจัดสร้างโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ส่วนขยาย และเหรียญที่ระลึก “พระพุทธสิรินาคเภษัชยคุรุจุฬาภรณ์”

จากนั้นศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาพบนายกฯเพื่อให้ประชาสัมพันธ์กิจกรรมสังเกตการณ์สุริยุปราคาบางส่วนในวันที่ 9 มีนาคม และชมนิทรรศการ “พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ” สยามบรมราชกุมารีเกี่ยวกับดาราศาสตร์และปรากฎการณ์ทางดาราศาสตร์” โดยในวันที่ 8 มีนาคม ท้องฟ้าจำลองกรุงเทพฯจะเปิดการแสดงรอบพิเศษ จำนวน 2 รอบในเวลา 17.00 น.และ 18.00 น. และในวันที่ 9 มีนาคมตั้งแต่เวลาประมาณ 04.00 น. โดยนายกฯ กล่าวกับตัวแทนเยาวชนที่มารอต้อนรับว่า ทั้งนี้ภายหลังการดูนิทรรศการ ขอฝากทุกคนให้เน้นเรื่องสเต็มศึกษา (STEM) หรือองค์ความรู้ทางวิชาของการเรียนของศาสตร์ที่เชื่อมโยงบนโลกของความเป็นจริง และอย่าลืมเรื่องลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ เด็กทุกคนจะต้องฝึกฝนและคิดให้เร็ว เขียนให้เร็ว ไม่ใช่ดูแต่โลกโซเชียลมีเดีย แต่เขียนบรรยายไม่ได้ ย่อความไม่เป็น เพราะฉะนั้นทุกคนต้องให้มีการเรียนรู้ สิ่งสำคัญอย่าลืมสถาบันหลักของชาติ ซึ่งถือเป็นหลักชัยนั่นคือชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ สิ่งสำคัญเราต้องเรียนประวัติศาสตร์เพื่อให้รู้ความเป็นมาของชาติไทย ทุกคนต้องมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โดยยึดตามหลักค่านิยม 12 ประการ ทั้งนี้ในส่วนของผลงานการศึกษาต่างๆ ทั้งในส่วนกระทรวงและของเด็กๆ ก็ขอให้นำไปต่อยอด

ที่มา http://www.bangkokbiznews.com/news

Advertisements