พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 20.15 น.

นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงกระทรวงศึกษาธิการ ในรายการ “คืนความสุขให้คนในชาติ” เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 ดังนี้

ในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืนของประเทศนั้น รัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ปฏิรูปการศึกษา โดยมี 6 เรื่องหลัก ที่ต้องการให้เร่งดำเนินการในช่วงเวลา 1 ปี 6 เดือน ประมาณนั้นที่เหลืออยู่ของรัฐบาล ประกอบด้วย การปรับปรุงหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ การผลิตและพัฒนาครู การทดสอบการประเมินการประกันคุณภาพและการพัฒนามาตรฐานการศึกษา การผลิตพัฒนากำลังคนและงานวิจัย ที่สอดคล้องกับความต้องการของการพัฒนาประเทศ ไอซีทีเพื่อการศึกษาและการบริหารจัดการทั้งการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารจัดการและการกระจายอำนาจ แม้ว่าจะทำได้ไม่สมบูรณ์นักในระยะแรก กู้ไม่จำกัดไม่ถึง 100% เพราะฉะนั้นเราอาจจะเริ่มต้นไว้ให้ได้ก่อน นำร่อง ทดลองปฏิบัติไปแต่ต้องทั่วถึงทุกพื้นที่ทุกภูมิภาคไปก่อนเพื่อจะเป็นแนวทางเอาไว้ทุกโครงการ เรารอไม่ได้ เราจะต้องขับเคลื่อนให้ได้อย่างรวดเร็ว สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ 5 ปี 4 แผน และแผนปฏิรูปต่าง ๆ แผนแต่ละแผนก็จะใช้เวลา 5 ปี เช่นเดียวกัน มีการประเมินทุก 5 ปี ระบบการศึกษาจะต้องสามารถตอบสนองความต้องการของตลาดแรงงาน ตอบโจทย์การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

ที่ผ่านมานั้นการขับเคลื่อนนโยบาย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” บนหลักการพัฒนา 4H คือ สมอง-จิตใจ-ทักษะ-สุขภาพ ที่เปิดโอกาสให้นักเรียนเลือกเข้าร่วมกิจกรรม ตามความสนใจและความถนัด แล้วก็มีครูคอยให้คำแนะนำ และมีศึกษานิเทศก์ติดตาม ดูแล ให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องนั้น สามารถแปลงนโยบายไปสู่การจัดกิจกรรมได้เป็นอย่างดีมีการพัฒนาตามลำดับ ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการประเมินผลการดำเนินการ สำหรับนำมาใช้เป็นข้อมูลในการปรับปรุงในภาคการศึกษาหน้าต่อไป

นับเป็นอีกความพยายามหนึ่งของรัฐบาลที่ เห็นว่าประสบความสำเร็จ และถือว่าเป็นการปฏิรูปในส่วนการผลิตและพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศด้วย และรองรับตลาดแรงงานของอาเซียน ด้วยการผลักดัน สร้างภาพลักษณ์ ปรับค่านิยมต่อการเรียนสายอาชีพให้ดีขึ้น เห็นได้ว่าเรามีจำนวนผู้เรียนอาชีวะในปีการศึกษา 2558 เพิ่มขึ้นมากในรอบ 10 ปี ต้องขอขอบคุณภาคเอกชน ผู้ประกอบการ ที่สนับสนุนการศึกษาใน “ระบบทวิภาคี” ช่วยให้เด็กได้ประสบการณ์ จากการทำงานในสถานประกอบการจริง และภาคเอกชนก็ได้คนทำงานที่มีศักยภาพตรงความต้องการอีกด้วย ทั้งนี้ เห็นว่าศักยภาพเด็กไทยเราไม่ได้ด้อยในเวทีโลกเลยหลายประเทศเขามีการพัฒนาตามลำดับ แต่ของเราก็ไม่ได้แพ้เขา วันนี้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพได้เร่งจัดทำมาตรฐานมากกว่า 200 สาขาแล้ว ทั้งเด็กอาชีวะสามารถผ่านการรับรองมาตรฐานแต่ละด้านได้ จะเป็นสิ่งการันตีฝีมือและกำหนดมาตรฐานค่าตอบแทนด้วย แต่รัฐบาลจะไม่ลืม ที่จะส่งเสริมยกระดับคุณภาพในการใช้ภาษาอังกฤษ สำหรับกลุ่มต่าง ๆ คู่ขนานไปด้วย ทั้งนี้เพื่อมีโอกาสความก้าวหน้า ในการประกอบอาชีพที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ การปฏิรูปการศึกษา ถือเป็นงานค่อนข้างยาก เนื่องจากมีกฎหมายหลายฉบับ มีหลายหน่วยงาน มีการแบ่งแยกหน่วยงานกันจนมากเกินไป ไม่มีเอกภาพ ในการที่จะกำกับดูแลอำนวยการปฏิบัติให้เป็นไปสอดคล้องกันเองทำได้ยาก รัฐบาล และ คสช. กำลังแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เพื่อจะให้เกิดการปฏิรูประยะที่ 1 ที่กล่าวไปแล้วถึงปี 60 ให้ได้โดยเร็วขอความร่วมมือจากบุคลากรทางการศึกษาด้วย ช่วงนี้ขอขอให้เดินหน้าไปให้ได้ก่อน

Advertisements